“ราชินีผ้าไหมฯ” ผลงานนักศึกษาแฟชั่น มทร.ธัญบุรี สืบสานอัตลักษณ์ไทยสู่ความร่วมสมัยระดับสากล

RMUTT Wins7 Innovation Awards
มทร.ธัญบุรี คว้า 7 รางวัลนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ในเวที Thailand Research Expo 2026
25 มิถุนายน, 2026
Formative Summative Assessment
มทร.ธัญบุรี เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการวัดและประเมินผลยุคใหม่ สู่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
25 มิถุนายน, 2026
RMUTT Wins7 Innovation Awards
มทร.ธัญบุรี คว้า 7 รางวัลนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ในเวที Thailand Research Expo 2026
25 มิถุนายน, 2026
Formative Summative Assessment
มทร.ธัญบุรี เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการวัดและประเมินผลยุคใหม่ สู่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
25 มิถุนายน, 2026

ผลงาน ‘ราชินีผ้าไหมความธรรมชาติสู่ความเป็นสากล’ ที่ออกแบบและตัดเย็บ โดย“เกด”นางสาวจิดาภา  จันทร์อุปถัมภ์ และ“ชล” นางสาวชลดา  ไม่มีนามสกุล (กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง) สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและนวัตกรรมเครื่องแต่งกาย คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สืบสาน        อัตลักษณ์ไหมไทย ดีไซน์ร่วมสมัยระดับโลก ภายใต้การดูแลของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภนิชา ศรีวรเดชไพศาล   และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนากานต์ เรืองณรงค์ ความภาคภูมิใจของผลงานชิ้นนี้อยู่ที่การได้รับเกียรติให้  นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สวมใส่ในงาน “มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี       ณ หอประชุมกองทัพเรือ

“ชล”นางสาวชลดา  ไม่มีนามสกุล (กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง) เล่าว่า ผ้าไหมไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ผืนผ้า  แต่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา กลิ่นอายของผ้าไหมไทยคือความประณีต ความละเอียดอ่อน และความเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนความงดงามของความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน ตอนที่เรียน ปวส. วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม ได้ยินชื่อผ้าไหมไทย ไม่มีโอกาสได้สัมผัส เนื้อหา เมื่อมาเรียนที่ มทร.ธัญบุรี ได้สัมผัสผ้า และได้ออกแบบและตัดเย็บตอนเรียน สำหรับผลงานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาการทอผ้าไหมมัดหมี่จากศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งเป็นศิลปะการทอผ้าพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์และสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จุดเด่นของผลงานคือการนำผ้าไหมมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติมาใช้ในการออกแบบ โดยสีม่วงของผืนผ้าเกิดจากการย้อมด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ผลหว้าและครั่ง ทำให้เกิดเฉดสีที่มีความลุ่มลึกและมีเสน่ห์เฉพาะตัวในส่วนของการตัดเย็บ พวกเราได้นำเทคนิคการจัดวางจีบและโครงสร้างเสื้อผ้าแบบร่วมสมัยมาผสมผสานกับผ้าไทย เพื่อให้เกิดความสง่างาม ทันสมัย และสามารถสวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาส

ทางด้าน “เกด” นางสาวจิดาภา จันทร์อุปถัมภ์ เพิ่มเติมว่า “สำหรับพวกเรา รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้รับโอกาสในการออกแบบและตัดเย็บชุดให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าและเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของการเป็นนักศึกษาแฟชั่น การได้เห็นผลงานที่เราตั้งใจสร้างสรรค์ถูกนำไปสวมใส่ในโอกาสสำคัญ ทำให้พวกเรามีกำลังใจและแรงบันดาลใจในการพัฒนาทักษะด้านการออกแบบและการตัดเย็บต่อไปในอนาคต การสวมใส่ผ้าไทย ผ้าไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและมีความสวยงามไม่แพ้ผ้าจากประเทศใดในโลก ปัจจุบันผ้าไทยมีการออกแบบที่ทันสมัยมากขึ้น สามารถนำมาสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันและในโอกาสต่าง ๆ อยากเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ เปิดใจลองสวมใส่ผ้าไทย เพราะนอกจากจะช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาของไทยแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนชุมชนและช่างทอผ้าไทยให้คงอยู่สืบไป

“ราชินีผ้าไหมความธรรมชาติสู่ความเป็นสากล” จึงไม่ใช่เพียงเครื่องแต่งกายที่สะท้อนความงดงามของผ้าไหมไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพแทนของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และนวัตกรรมการออกแบบเข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของนักศึกษา มทร.ธัญบุรี ที่นำทุนทางวัฒนธรรมไทยมาต่อยอดสู่แฟชั่นร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่น และพร้อมส่งต่ออัตลักษณ์ไทยสู่สายตานานาชาติอย่างภาคภูมิ

จากข่าวดังกล่าวมีความสอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs (Sustainable Development Goals)

ผลงานชิ้นนี้ไม่เพียงแต่มีความงดงาม แต่ยังสะท้อนความรับผิดชอบต่อโลกและสังคมผ่านเป้าหมาย SDGs ที่สำคัญ ได้แก่ SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบและยั่งยืน] ผ่านการเลือกใช้ผ้าไหมมัดหมี่ที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติ 100% จากผลหว้าและครั่ง ลดการใช้สารเคมีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

SDG 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ] ด้วยการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มชุมชนช่างทอผ้าพื้นเมือง ศูนย์ศิลปาชีพ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

 

ภาพ : คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

เรื่อง/เผยแพร่ : ฝ่ายข่าว กองประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

 

 

 

 

Comments are closed.