ฮือฮาวงการชีววิทยา! มทร.ธัญบุรีและพันธมิตร ค้นพบ ‘มดตะนอยเทพรัตน์’ มดชนิดใหม่ของโลก พบเฉพาะสวนยางพาราภาคใต้

สำเนาของ Banner Website 2500
มทร.ธัญบุรี ประชุมคณะกรรมการด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
28 มกราคม, 2026
สำเนาของ Banner Website 2500
มทร.ธัญบุรี ประชุมคณะกรรมการด้านหลักสูตรและการเรียนการสอน ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
28 มกราคม, 2026

ฮือฮาวงการชีววิทยา! มทร.ธัญบุรีและพันธมิตร ค้นพบ ‘มดตะนอยเทพรัตน์’
มดชนิดใหม่ของโลก พบเฉพาะสวนยางพาราภาคใต้

 

นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกับนักวิชาการจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) ค้นพบมดชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย พร้อมตั้งชื่อเทิดพระเกียรติ ‘มดตะนอยเทพรัตน์’ เผยลักษณะโดดเด่นไม่เคยพบมาก่อนในมดสกุลเดียวกัน ขณะที่แหล่งอาศัยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว

วงการชีววิทยาและความหลากหลายทางชีวภาพของไทยสร้างความฮือฮาอีกครั้ง เมื่อนักวิจัยไทยจากหลายสถาบันร่วมกันค้นพบมดชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย พร้อมตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติ ‘มดตะนอยเทพรัตน์’ (Tetraponera sirindhornae) ซึ่งได้รับการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการในวารสารวิชาการนานาชาติ Tropical Natural History ฉบับพิเศษ ปี 2568 นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญของวงการอนุกรมวิธานและการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของไทยในระดับสากล

การค้นพบครั้งนี้เป็นผลงานของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ร่วมกับ ดร.วียะวัฒน์ ใจตรง นักวิชาการชำนาญการพิเศษ-นักวิจัยจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.นพรัตน์ พุทธกาล สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี ร่วมวิจัย

 

ภาพบุคคล นักวิชาการชำนาญการพิเศษและนักวิจัยจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ดร.วียะวัฒน์ ใจตรง

 

นักวิจัยพบมดชนิดใหม่นี้ใน สวนยางพาราบริเวณหน้าถ้ำเขาติง ตำบลลิพัง อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ภาคใต้ของประเทศไทย และตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tetraponera sirindhornae Yodprasit, Tasen & Jaitrong, 2025 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมงานด้านวิทยาศาสตร์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ

 

อาจารย์สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี

รองศาสตราจารย์ ดร.นพรัตน์ พุทธกาล

 

นักวิจัย กล่าวว่า มดตะนอยเทพรัตน์มีขนาดปานกลาง ลำตัวเรียบเป็นเงามัน และมีลักษณะโดดเด่นทางสัณฐานวิทยา โดยถือเป็น มดชนิดแรกของโลกในสกุล Tetraponera ที่มีมดงาน 2 ขนาด (Dimorphic) ในขณะที่มดชนิดอื่นในสกุลเดียวกันจะมีมดงานเพียงขนาดเดียว (Monomorphic)

 

ภาพประกอบข่าว เพื่อให้เห็นถึงลักษณะโครงสร้างของมด

ภาพลักษณะของมดตะนอยเทพรัตน์

 

มดงานขนาดเล็ก (Minor worker) มีลักษณะหัวที่ยาวกว่ากว้าง ดวงตารวมรูปวงรีขนาดใหญ่ และเอวปล้องแรกค่อนข้างสั้น ส่วนมดงานขนาดใหญ่ (Major worker) มีขนาดลำตัวใหญ่กว่ามดงานขนาดเล็กประมาณ 2 เท่า หัวเป็นทรงกระบอก และมีลักษณะเฉพาะสำคัญ คือ เมื่อหุบกรามจะเกิดช่องว่างระหว่างซี่ฟันอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นลักษณะจำแนกชนิดที่ไม่เคยพบมาก่อนในมดสกุลนี้

จากการศึกษาพฤติกรรมการอยู่อาศัยพบว่า มดตะนอยเทพรัตน์สร้างรังอยู่ในกิ่งยางพาราแห้งที่ค้างอยู่บนต้น มีอาณานิคมขนาดเล็ก และพบเพียงรังเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แหล่งอาศัยของมดชนิดนี้กำลังเผชิญความเสี่ยงอย่างหนัก เนื่องจากพื้นที่สวนยางพาราบริเวณหน้าถ้ำเขาติง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวก ส่งผลให้นักวิจัยไม่พบมดชนิดนี้อีกเลยหลังจากการค้นพบครั้งแรก

 

ภาพมดตะนอยเทพรัตน์

ภาพลักษณะของมดตะนอยเทพรัตน์ หรือกายวิภาคของมด

 

นักวิจัย ยังกล่าวอีกว่า “การค้นพบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการพัฒนาพื้นที่และการจัดการท่องเที่ยวที่ต้องคำนึงถึง ความหลากหลายทางชีวภาพควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตหายาก หรือสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์เพิ่งเริ่มรู้จัก”

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า การค้นพบมดชนิดใหม่ของโลกครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการบูรณาการงานวิจัยเข้ากับการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาใช้ในกระบวนการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตหายาก พร้อมทั้งสะท้อนบทบาทของสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อย่างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม

การค้นพบ ‘มดตะนอยเทพรัตน์’ เป็นความสำเร็จทางวิชาการของนักวิจัยไทย และเป็นบทเรียนสำคัญของสังคมในการตระหนักถึงคุณค่าของระบบนิเวศขนาดเล็ก ซึ่งอาจซ่อนความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกเอาไว้ และอาจสูญหายไปได้ หากการพัฒนาพื้นที่ขาดความสมดุลกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ทั้งนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับความร่วมมือจาก คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยสามารถศึกษารายละเอียดการค้นพบฉบับเต็มได้ที่ DOI: 10.58837/tnh.25.8.266419

การค้นพบดังกล่าวนี้ สอดคล้องโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนคือ SDG 15: ระบบนิเวศบนบก (Life on Land) โดยเฉพาะเป้าหมายย่อย 15.5 ที่มุ่งเน้นการหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการป้องกันการสูญพันธุ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม นอกจากนี้ยังสนับสนุน SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยระดับชาติ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอย่างยั่งยืน.

 

เรื่อง/ภาพ/เผยแพร่ : ฝ่ายข่าว กองประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  และอาจารย์นักวิจัย.

 

 

 

อลงกรณ์ รัตตะเวทิน
อลงกรณ์ รัตตะเวทิน
นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ (ฝ่ายข่าว) กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี

Comments are closed.